Get Adobe Flash player

กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

Inland Aquaculture Research and Development Division (IARDD)

เลือกภาษา

Thai English Filipino Indonesian Malay Vietnamese
  โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา
        เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมประมง มีบทบาท
หน้าที่ในการเพิ่มผลผลิตทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำจืด เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้จัดทำโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งเสริมให้เกิดอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี แบ่งกิจกรรมในการดำเนินการเป็น 2 กิจกรรม โดยในปี 2557 จะเป็นกิจกรรมการปล่อยลูกกุ้งก้ามกราม จำนวน 84 ล้านตัว โดยหน่วยงานในสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จะทะยอยปล่อยลูกกุ้งก้ามกรามลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรมที่ 2 เป็นกิจกรรมการประเมินผลผลิต การเจริญเติบโต ความชุกชุมและการแพร่กระจายกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งผลการประเมินที่ได้จะเป็นข้อมูลทางวิชาการที่สำคัญประกอบการพิจารณาในการกำหนดมาตรการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำจืดโดยเฉพาะกุ้งก้ามกรามที่มีความยั่งยืนต่อไป
พิธีเปิดโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามฯ
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ณ วัดสว่างอารมณ์ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง กรมประมงจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์
กุ้งก้ามกรามจำนวน 5 ล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
Last Update: 30 มิถุนายน 2557 
15-07-2557 ปล่อยกุ้งก้ามกราม 2 ล้านตัว
เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2557 ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศพจ.ระยอง ปล่อยกุ้งก้ามกรามตามโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 2 ล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 
Last Update: 15 กรกฏาคม 2557  
1-07-2557 ปล่อยกุ้งก้ามกราม 3 ล้านตัว
เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2557 ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศพจ.ลพบุรี ปล่อยกุ้งก้ามกรามตามโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 3 ล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 
Last Update: 1 กรกฏาคม 2557  
15-07-2557 ปล่อยกุ้งก้ามกราม 6 ล้านตัว
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 57 เวลา 09.00 น. ณ ท่าน้ำเทศบาลอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กรมประมงจัดกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 6 ล้านตัว โดยเป็นพันธุ์กุ้งที่ผลิตโดย ศพจ.สุพรรณบุรี
Last Update: 15 กรกฏาคม 2557   
1. หลักการและเหตุผล

“การฟื้นฟู และขยายพันธุ์กุ้งก้ามกรามให้คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่กรมประมงภาคภูมิใจ มีที่มาจากโครงการพระราชดำริ “โครงการป่ารักน้ำ” อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งให้ราษฎรในพื้นที่ได้ปลูกป่ายูคาลิปส์ ขณะเดียวกันได้มีรับสั่งให้นำพันธุ์กุ้งก้ามกรามไปปล่อยเพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิต โดยทรงให้เหตุผลว่า “กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์น้ำราคาแพง เป็นของดี เป็นของคนไทย เพราะฉะนั้นชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของประเทศก็น่าจะมีโอกาสได้รับประทานกุ้งก้ามกรามด้วย” ต่อมาเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระองค์ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ราษฎรได้ศึกษาการเพาะฟักลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามด้วย เมื่อราษฎรสามารถเพาะฟักลูกพันธุ์ได้สำเร็จ พระองค์ทรงรับซื้อลูกพันธุ์กุ้งเหล่านั้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และให้นำไปปล่อยที่แม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และกรมประมงได้นำลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามไปปล่อยสมทบในพื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่องกัน 3 ปี เป็นผลให้บริเวณนั้นมีกุ้งก้ามกรามชุกชุม สร้างรายได้ให้กับราษฎรเป็นอย่างมาก จนต่างพร้อมใจเรียกกุ้งก้ามกรามเหล่านั้นว่า “กุ้งสมเด็จฯ”
   เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา ในปี พ.ศ. 2558 ที่จะถึงนี้ กรมประมง โดยสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการและเพิ่มผลผลิตทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำจืด เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้จัดให้มีโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยกำหนดให้มีการปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 84 ล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในปี พ.ศ. 2557 ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงมาจนถึงจังหวัดปทุมธานี
   แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญทางการประมงแห่งหนึ่งของไทยราษฎรที่อาศัยในชุมชนที่ตั้งอยู่ตลอดแนวสองฝั่งลำน้ำได้อาศัยทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อการยังชีพและสร้างรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงที่มีอาชีพหาปลาตกกุ้งก้ามกราม และงมกุ้งก้ามกราม ต่างได้พึ่งพาอาศัยเพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว ในส่วนของกุ้งก้ามกรามจัดว่าเป็นสัตว์น้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ มีราคาจำหน่ายสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์น้ำจืดชนิดอื่นๆ ปัจจุบันกุ้งก้ามกรามที่จำหน่ายโดยทั่วไปเป็นกุ้งก้ามกรามที่ได้จากการเพาะเลี้ยงของเกษตรกร สำหรับกุ้งก้ามกรามที่จับจากแม่น้ำนั้นมีจำนวนน้อยและลดปริมาณลงไปมากเมื่อเทียบกับในอดีต โดยสาเหตุหลักที่ส่งผลต่อปริมาณการลดลงของกุ้งก้ามกรามเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของแหล่งอาศัยแหล่งเพาะขยายพันธุ์กุ้งก้ามกรามในธรรมชาติ รวมทั้งปริมาณการจับกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำที่มีเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อปริมาณกุ้งก้ามกรามที่มีตามธรรมชาติทั้งสิ้น ดังนั้นการจัดให้มีโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในครั้งนี้จึงนับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะนำมาซึ่งรายได้ และการสร้างโอกาสในการดำรงชีพให้กับราษฎรริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและใกล้เคียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

2. วัตถุประสงค์
           
2.1 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
           2.2 เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารจากการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา
           2.3 เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำเจ้าพระยา

3. เป้าหมาย
           
3.1 ดำเนินการผลิตและปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามขนาด 0.8เซนติเมตร จำนวน 84 ล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ภายในปี พ.ศ. 2557
          3.2 ติดตามประเมินความชุกชุม การแพร่กระจาย และการเติบโตของกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี ดำเนินการเดือนละครั้ง รวม 12 ครั้ง
          3.3 ประเมินผลจับและมูลค่ากุ้งก้ามกรามที่ได้จากการดำเนินโครงการ
4. แนวทางการดำเนินงาน
          การดำเนินงานตามโครงการประกอบด้วย 2 กิจกรรมดังนี้
          กิจกรรมที่ การผลิตและปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกราม
        หน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง จะได้ดำเนินการผลิตลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามขนาด 1-1.5 เซนติเมตร แล้วนำไปปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 5 จังหวัด รวมระยะทางตามลำน้ำประมาณ 203 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท (รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร) จังหวัดสิงห์บุรี (รวมระยะทาง 55 กิโลเมตร) จังหวัดอ่างทอง (รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (รวมระยะทาง 57 กิโลเมตร) และจังหวัดปทุมธานี (รวมระยะทาง 30 กิโลเมตร) เริ่มดำเนินการปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามในปี 2557 ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน 2557 รวม 84 ล้านตัว ณ จุดปล่อยที่กำหนดรวม 9 จุด ดังนี้
        จุดที่ 1 บริเวณพื้นที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท จำนวน 10 ล้านตัว 
        จุดที่ 2 บริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 10 ล้านตัว
        จุดที่ 3 บริเวณพื้นที่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 10 ล้านตัว
        จุดที่ 4 บริเวณพื้นที่อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จำนวน 10 ล้านตัว
        จุดที่ 5 บริเวณพื้นที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จำนวน 10 ล้านตัว
        จุดที่ 6 บริเวณพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 8 ล้านตัว
        จุดที่ 7 บริเวณพื้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 8 ล้านตัว
        จุดที่ 8 บริเวณพื้นที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 8 ล้านตัว
        จุดที่ 9 บริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 ล้านตัว

   

ภาพที่ 1  แผนที่สังเขปแสดงพื้นที่โครงการ และจุดปล่อยลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา

           กิจกรรมที่ 2  การติดตามประเมินผลโครงการ
          หน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง จะได้ร่วมกันดำเนินการติดตามประเมินผลโครงการ โดยจะทำการติดตามประเมิน ดังนี้

        1) ประเมินความชุกชุม การแพร่กระจาย และการเติบโตของกุ้งก้ามกรามที่ปล่อย โดยทำการสุ่มตัวอย่างกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยด้วยเครื่องมือประมงหลายชนิดร่วมกัน ได้แก่ กระแสไฟฟ้า ไซซิ่ง ชะนาง ลอบกุ้ง และจากการทำประมงของชาวประมงในพื้นที่ โดยกำหนดจุดสุ่มตัวอย่างตามลำน้ำเจ้าพระยารวม 6 จุด สุ่มตัวอย่างเดือนละครั้ง ประกอบด้วยการสุ่มตัวอย่างก่อนปล่อยกุ้งก้ามกราม 1 ครั้ง และการสุ่มตัวอย่างภายหลังการปล่อยกุ้งก้ามกรามอีก 12 ครั้ง
        2) ประเมินผลจับ และมูลค่ากุ้งก้ามกรามจากการทำประมงกุ้งก้ามกราม โดยการจดบันทึกปริมาณผลจับกุ้งก้ามกรามรายวัน (log book) ของชาวประมงกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 ราย ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเดือนละ 2 ครั้ง ช่วงระยะเวลาหลังการปล่อยกุ้งระหว่างเดือนที่ 1-12
        3) ประเมินปริมาณกุ้งก้ามกรามที่นำไปใช้ประโยชน์โดยภัตตาคารและร้านอาหาร ทำการสุ่มตัวอย่างปริมาณกุ้งก้ามกรามจากกลุ่มผู้รวบรวม ร้านค้า และภัตตาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 9 แห่ง 

5. หน่วยงานดำเนินการ 
                  รับผิดชอบดำเนินการโดยสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง

6. ระยะเวลาดำเนินการ
                    
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการดำเนินงาน

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 
                     
7.1 ผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 200,000 กิโลกรัม โดยประมาณ
                    7.2 ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท โดยประมาณ
                    7.3 มีข้อมูลพื้นฐานทางวิชาการเพื่อการจัดการการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา

8.คณะทำงานโครงการ
1. ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด                         ที่ปรึกษาโครงการ
2. ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ                                      ประธานคณะทำงาน
3. หัวหน้ากลุ่มวิชาการ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด               คณะทำงาน
4. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด                       คณะทำงาน
5. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืด           คณะทำงาน
6. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดปทุมธานี                คณะทำงาน
7. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอ่างทอง                 คณะทำงาน
8. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสิงห์บุรี                   คณะทำงาน
9. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชัยนาท                  คณะทำงาน
10. นางสาวอุไรวรรณ ชำนาญเวช  นักวิชาการประมงชำนาญการ       คณะทำงานและเลขานุการ
11. นายฎีกา รัตนชำนอง นักวิชาการประมงชำนาญการ                   คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
12. นายพิสิฐ ภูมิคง นักวิชาการประมงชำนาญการ                          คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ

9. งบประมาณ 
                 
รวมเป็นเงิน 3,360,000       บาท (สามล้านสามแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
                9.1 ปีงบประมาณ 2557 เป็นเงิน 2,634,720 บาท
                9.2 ปีงบประมาณ 2558 เป็นเงิน 725,280 บาท